เผยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ประวัติ หวยไทย โดยวันนี้เราจะมาเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการเล่นหวยที่มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของการแทงหวย และ สลากกินแบ่งรัฐบาล ช่องทางเสี่ยงโชคที่เป็นความหวังของคนเกือบ 30% จากทั้งประเทศใฝ่ฝันว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมาอย่างไรบ้าง


จากสถิติตั้งแต่ปี 2561 พบว่ามีคนไทยจาก 60 ล้านกว่าคน ชอบเล่นหวยกันมากถึง 29 ล้านคน ภาคอีสานเล่นหวยกันมากที่สุดถึง 10.51 ล้านคน รองลงมาเป็นภาคกลาง 5.34 ล้านคน ต่อไปก็เป็นภาคเหนือ 4.99 ล้านคน ต่อมาก็เป็นคนกรุงเทพและปริมณฑล 4.20 ล้านคน และสุดท้ายคือภาคใต้ 3.89 ล้านคน

คนที่เล่นก็เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยชอบเสี่ยงโชคกันมาก เพราะการซื้อหวยคือการลงทุนแค่ 80 บาท แต่หากคุณถูกรางวัลจะได้รับเงินรางวัลหลายล้านกันเลยทีเดียว

ประวัติ หวยไทย มีที่มาอย่างไร

มาดูกันว่า ประวัติ หวยไทย มีที่มาอย่างไร

หวย หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลมีคนนิยมเล่นกันมากมาตั้งแต่สมัยอดีตแล้ว ต้นกำเนิดของการเล่นหวยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2375 ซึ่งปีนั้นเป็นปีของในหลวงรัชกาลที่ 3 พบในกลุ่มชาวจีน เรียกว่า ฮวยหวย มีความหมายว่าชุมนุมดอกไม้

ฮวยหวย หวยไทย ชาวจีน

ต่อมาก็มีการพัฒนาโดยใช้แผ่นป้ายจำนวน 34 ป้าย แล้วให้เขียนชื่อคนที่มีชื่อเสียง จากนั้นก็นำมาทายกัน หากหายถูกก็จะได้รับเงินรางวัล 30 ต่อหนึ่ง นับตั้งแต่นั้นหวยก็เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเรียกว่าหวย ก ข และคนก็พากันเล่นมากเช่นกัน จนกลายเป็นรายได้สำคัญของรัฐ

เล่นหวยแบบ ก ข หวยไทยโบราณ

พอมาถึงช่วงรัชกาลที่ 5 ท่านก็ได้มีพระราชดำริให้ยกเลิกอากรบ่อนเบี้ย พอมาในยุคสมัยรัชกาลที่ 6 ก็มีการยกเลิกอากรหวยตามมา ล็อตเตอรี่เกิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้บำรุงสาธารณกุศล และในปี พ.ศ. 2475 ล็อตเตอรี่ก็ได้มีวางขายแบบเป็นทางการ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ก็ได้มีการจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น และเปลี่ยนวิธีการเล่นหวยแบบ ก ข มาเป็นออกหวยโดยใช้เลขท้ายของล็อตเตอรี่แทน

คนที่จะขายหวย หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก่อนถึงจะทำการจำหน่ายหวยได้ สำหรับการออกรางวัลก็จะแบ่งเป็นเดือนละ 2 งวดคือ งวดวันที่ 1 และงวดวันที่ 16 ยกเว้นงวดวันที่ 1 มกราคม เปลี่ยนเป็นออกงวดวันที่ 30 ธันวาคม ปีก่อนหน้าแทน เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ และอีกงวดคือวันที่ 1 พฤษภาคม ก็เปลี่ยนเป็นออกงวดวันที่ 2 พฤษภาคมแทน เนื่องจากตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ

ล็อตเตอรี่

เดิมที่หวยจะขายเป็นคู่ คือมี 2 ใบ ใน 1 ฉบับ และเลขที่ออกก็เป็นเลข 6 หลัก คือ 000000 – 999999 ในการออกรางวัลก็จะมีเลขท้าย 3 ตัวตรง, 3 ตัวโต๊ด, เลขท้าย 2 ตัวบน, เลขท้าย 2 ตัวล่าง เมื่อซื้อหวยไปแล้วเกิดถูกรางวัลตามที่กำหนดไว้ ก็จะได้รับเงินรางวัลตามที่กำหนด

แต่พอมาปี พ.ศ. 2549 เป็นปีที่เกิดรัฐประหาร พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนนท์ จึงได้มีคำสั่งให้ยกเลิกหวยบนดินต่อมาปี พ.ศ. 2558 งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2558 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มีการปรับเปลี่ยนเงินรางวัล โดยเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 จาก 2 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาท, เพิ่มรางวัลเลขหน้า 3 ตัว เข้ามา 2 รางวัล และลดรางวัลเลขท้าย 3 ตัว ออกไป 2 รางวัล จนล่าสุดตั้งแต่งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

สลากกินแบ่งรัฐบาล

สำนักสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ปรับปรุงรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาลใหม่ให้เหลือเพียงใบเดียว ราคาขายก็เหมือนเดิมคือ 80 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และป้องกันความสับสน สามารถตรวจสอบได้ง่าย สำหรับเงินรางวัลก็ได้เท่าเดิม


การจ่ายรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยใน 1 ชุด จะมีจำนวน 1 ล้านฉบับ ราคาฉบับละ 80 บาท หากจำหน่ายหมด เงินรางวัลก็จะได้ต่อชุด ดังนี้

  • รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6 ล้านบาท
  • รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
  • รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
  • รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
  • รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
  • รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มี 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
  • รางวัลเลขหน้า 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท
  • รางวัลเลขท้าย 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท
  • รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เสี่ยง 1 ครั้ง มี 10,000 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลของหวยไทยที่ใครๆต่างก็ทราบดี แต่ก็มีบางคนที่เพิ่งหัดเล่นหรือเป็นมือใหม่ ก็ศึกษาการเล่นหวยจากข้อมูลข้างต้นได้ สนับสนุนโดย theendmagazine.com

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *